หน้าแรก
พระพุทธเจ้า
เสียงธรรมบรรยาย
(เว็บบอร์ด) forum
สารบัญเว็บไทย
คำสอนหลวงพ่อพุธ
รวมรูปภาพ
Guestbook
ชม Video โอลิมปิก  ปักกิ่ง 2008 (Beijing 2008  Olympic Games)
ฐานิยปูชา ๒๕๕๒
ฐานิยปูชา ๒๕๕๑
อ่านมิลินทปัญหา คลิกที่นี่
อ่านจตุคามรามเทพ  คลิกที่นี่
อ่านฐานิโยธรรม  คลิกที่นี่
อ่านฮาธรรมะ พระพยอม  คลิกที่นี่
ขอต้อนรับสู่ โรงแรมเดอะริช
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่จังหวัดนครราชสีมา
เชิญชม การ์ตูนแอนนิเมชั่น  เสี้ยวลิ้มยี่  (The Legend of Shaolin Kung Fu)
เชิญชม VDO น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
เชิญชม ประวัติศาสตร์การเมือง ตอน ปิดตำนานทักษิณ
เจ้าแม่กวนอิม
ชมตัวอย่างภาพยนตร์,หนัง
คลังเก็บรูปภาพ

องค์ฌาน ๕

วิตก วิจาร นี่ ถ้าวิตก วิจาร ธรรมดา ก็หมายถึงความคิด ธรรมดา ความคิดที่มีวิจาร ก็คือสติที่รู้ทันความคิด

ถ้าในภาคปฏิบัติ มันมี วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา แต่ บางทีความคิดธรรมดามันก็ทำให้เกิดปีติเหมือนกัน เช่น ความคิดถึง บุญถึงกุศลอะไร แล้วมันทำให้ตื้นตันใจ อะไรทำนองนี้ เช่นอย่าง บางทีเราอยากได้อะไรมากๆ พอได้สิ่งนั้นมา มันก็ทำให้เราเกิดปีติเหมือนกัน



เอกัคคตา ไม่ได้หมายความว่า จิตต้องนิ่ง ไม่มีอะไร เพียงอย่างเดียว อย่างเราอยู่ธรรมดาอย่างนี้ จิตของเราเป็นกลาง เกิดความคิดอะไรขึ้นมา สติรู้ปั๊บ รู้แล้วปล่อยวางๆๆ อันนี้ก็คือ เอกัคคตา

เอกัคคตา จิตเป็นหนึ่งโดยไม่มีความคิด ไม่มีอะไร นั่นเป็น เอกัคคตาในฌานสมาบัติ แต่เอกัคคตาในสมาธิวิปัสสนาต้องมี วิตก วิจาร มีความคิด แล้วก็มีสติรู้พร้อม

เพราะฉะนั้น ทางปฏิบัติที่สบายที่สุดก็คือว่า เราไม่ต้องไปควบคุมจิต เพียงแต่ให้มีสติกำหนดรู้จิตอย่างเดียว ถ้าจิตนิ่ง ปล่อยให้มันนิ่งไป ถ้ามันคิด ปล่อยให้มันคิด แต่เราเอาสติตามรู้

อันนี้เราสามารถปฏิบัติได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเลือกกาล เลือกเวลาว่า เช้า สาย บ่าย เย็น



ไปข้างบน